3 สิ่งที่คุณควรรู้ก่อนกิน “คีโต”

การกินอาหารแบบคีโตเจนิกหรือเรียกง่าย ๆ ว่า “คีโต” คือ รูปแบบการกินที่เน้นอาหารไขมันสูงเป็นหลัก รองลงมาเป็นโปรตีน และสุดท้ายต้องมีการจำกัดปริมาณการกินคาร์โบไฮเดรตและน้ำตาลให้น้อยที่สุด ไม่เกิน 20-50 กรัมต่อวัน

สิ่งที่ควรรู้ 1 กินคีโต ≠ กินอะไรก็ได้

หลักสำคัญของการกินคีโตไม่ใช่ว่าจะสามารถกินของทอดหรือของมันได้ตามใจชอบ แต่ต้องเลือกอาหารที่มีไขมันไม่อิ่มตัวสูง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นไขมันจากพืช 

การกินไขมันจากสัตว์ที่มากเกินไปจะกลายเป็นการเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและหลอดเลือดแทน กลายเป็นว่านอกจากจะไม่ได้ประโยชน์แล้ว ยังเกิดโทษอีกด้วย

สิ่งที่ควรรู้ 2 คีโตไม่ได้มีประโยชน์แค่การลดน้ำหนัก

ประโยชน์ของการกินคีโตนั้นมีตั้งแต่ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ช่วยลดความเสี่ยงโรคหัวใจและหลอดเลือด (หากเลือกชนิดไขมันที่เหมาะสม) ไปจนถึงช่วยควบคุมน้ำหนัก 

ประโยชน์เหล่านี้มีที่มาจากการกินคาร์โบไฮเดรตที่น้อยมาก จึงทำให้ร่างกายมีการหลั่งอินซูลินน้อยตามไปด้วย ซึ่งหน้าที่ของอินซูลินนอกจากจะลดระดับน้ำตาลในเลือดแล้ว ยังส่งผลยับยั้งการสลายไขมันอีกด้วย หมายความว่า

หากอินซูลินถูกหลั่งออกมาน้อยลง ร่างกายก็จะมีการเผาผลาญไขมันมาใช้เป็นพลังงานมากขึ้น

จึงเป็นสาเหตุที่ว่าทำไมการกินไขมัน (ที่ดี) ถึงช่วยลดไขมันในร่างกายได้นั่นเอง

สิ่งที่ควรรู้ 3 คีโตไม่ได้เหมาะกับทุกคน

การที่ร่างกายใช้ไขมันเป็นแหล่งพลังงานหลักจะทำให้เกิดสาร “คีโตน” เพิ่มมากขึ้นในเลือด จนเกิดภาวะที่เรียกว่า “คีโตซิส (Ketosis)” ซึ่งหากสารนี้อยู่ในระดับที่ไม่สูงจนเกินไปก็จะไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า “คีโตอาจจะไม่เหมาะกับทุกคน”

เนื่องจากการกินแบบคีโตนี้จะส่งผลต่อเสียในผู้ป่วยบางราย เช่น ผู้ที่มีปัญหาตับหรือตับอ่อนทำงานผิดปกติ ผู้ที่มีภาวะไขมันในเลือดสูง ผู้ป่วยโรคไต รวมไปถึงผู้ป่วยโรคเบาหวานที่มีการใช้ยา

ดังนั้น ผู้ที่สนใจการกินอาหารแบบคีโตเจนิก ควรปรึกษาแพทย์หรือนักกำหนดอาหารก่อนเริ่มรับประทาน เพื่อความปลอดภัยและเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสุขภาพตามที่ตั้งใจ

สิ่งที่คุณ (อาจจะ) อยากรู้

หากกำลังกินคีโต จะสามารถกินพาลาทีนได้ไหม ?

ถึงแม้ว่าพาลาทีนจะมีค่าดัชนีน้ำตาลต่ำ และไม่ทำให้ฮอร์โมนอินซูลินหลั่งออกมากก็ตาม ยังไงก็ต้องมีการจำกัดปริมาณการกินเหมือนกับคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่นอยู่ดี

แต่หากคุณยังคงอยากทานอาหารรสหวานอยู่บ้าง โดยที่ยังได้รับประโยชน์ในด้านการควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด และการควบคุมน้ำหนักเหมือนเดิม

พาลาทีนก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีทีเดียวเลยล่ะครับ


คุณอ่านบทความนี้หรือยัง?