เสริมภูมิคุ้มกันด้วยพรีไบโอติค

เสริมภูมิคุ้มกันด้วยพรีไบโอติค ?

              สำหรับทุกท่านแล้วสุขภาพนั้นนับเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด จึงทำให้ทุกเริ่มมองหาตัวช่วยต่างๆในการทำให้ร่างกายของเรานั้นแข็งแรงขึ้นและไม่ป่วย อย่างคำที่ว่า “ไม่มีโรคเป็นลาภอันประเสริฐนั่นเอง” โดยสิ่งที่ทุกคนมองหามากที่สุดนั่นก็คืออาหารเสริมต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นอาหารเสริมวิตามิน เกลือแร่หรือสารอาหารที่ส่งผลดีต่อร่างกายที่ปัจจุบันมีนวัตกรรมในการอัดรวมเข้าไปในเม็ดยานั่นเอง แต่วันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการเสริมภูมิคุ้มกันให้ร่างกายทำให้ร่างกายแข็งแรงจากภายในออกมาสู่ภายนอกด้วยสิ่งที่เรียกว่า “พรีไบโอติค” นั่นเอง

พรีไบโอติค คืออะไร?

            พรีไบโอติคคือ อาหารของเชื้อแบคทีเรียในทางเดินอาหารของมนุษย์ซึ่งการจะเป็นพรีไบโอติคนั้นจะต้องเป็นต้องมีคุณสมบัติดังนี้

                1.ไม่ถูกย่อยสลายในทางเดินอาหารด้วยน้ำย่อยของสิ่งมีชีวิต

                2.ต้องเป็นอาหารของเชื้อที่ดีในทางเดินอาหารของสิ่งมีชีวิตเท่านั้น

ซึ่งจะพบว่ามีพรีไบโอติคอยู่หลากหลายชนิดมากในธรรมชาติ เช่น ฟรุคโตโอลิโกแซคคาไรด์ อินนูลิน เป็นต้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายขึ้นก็คือ พรีไบโอติคมีอยู่ในผักและผลไม้เกือบทุกชนิดในธรรมชาตินั้นเองซึ่งหากเราทานผักและผลไม้ในปริมาณที่มากพอจะทำให้เชื้อที่ดีในทางเดินอาหารเจริญเติบโตได้ดีและทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้น

ทานพรีไบโอติคแล้วช่วยส่งเสริมระบบภูมิคุ้มกันอย่างไร ?

                อย่างที่กล่าวมาเบื้องต้น นั่นคือ พรีไบโอติคเป็นอาหารของเชื้อแบคทีเรียนชนิดดี (Microflora) ในทางเดินอาหารบริเวณลำไส้ใหญ่ของสิ่งมีชีวิตต่างๆซึ่งจากการที่แบคทีเรียเหล่านี้เจริญเติบโตจะทำให้เกิด กรดไขมันสายสั้น(Short chain fatty acid ;SCFA) ชนิดที่เกิดขึ้นและไปกระตุ้นให้ทางเดินอาหารผลิตเมือกออกมาคลุมทางเดินอาหารทำให้เชื้อที่ไม่ดีไม่สามารถย้ายตำแหน่งจากทางเดินอาหารเข้าร่างกายของเราได้ อีกทั้งยังไปทำลายเชื้อไม่ดีเหล่านั้นให้ตายอีกด้วย จึงทำให้สุขภาพทางเดินอาหารของเรามีสุขภาพที่ดียิ่งขึ้นนั่นเอง

                จากเหตุผลข้างต้นจึงมีการศึกษาเกี่ยวดับเรื่องนี้และพบว่ากลังจากที่ร่างกายมีทางเดินอาหารที่แข็งแรงสมบูรณ์นอกจากจะทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมและย่อยอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพดีมากยิ่งขึ้นแล้วยังมีประโยชน์ในด้านภูมิคุ้มกันอีกด้วย กล่าวคือ เมื่อทางเดินอาหารนั้นมีสุขภาพที่ดีจะส่งผลให้ร่างกายมีการผลิตสารในระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงมากขึ้น อีกทั้งยังมีการทำลายเซลล์มะเร็งบริเวณทางเดินอาหารของมนุษย์มากขึ้นด้วยส่งผลให้ความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ หรือมะเร็งในทางเดินอาหารนั้นลดลงอีกด้วย

แล้วทานผักและผลไม้เท่าไหร่ จึงทำให้ได้รับพรีไบโอติคเพียงพอ ?

         ปริมาณที่เราควรทานให้เพียงพอ นั่นคือปริมาณใยอาหารที่ทางองค์การอนามัยโลก (WHO) แนะนำไว้คือ 25-30 กรัม/วัน หรือถ้าจะให้แปลง่ายกว่านี้ก็คือ ผักต่างๆประมาณ 1 กิโลกรัม หรือผลไม้ 3 กิโลกรัมนั่นเอง ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกได้สำรวจมาแล้วว่าทั่วทั้งโลกมีจำนวนผู้ที่ทานใยอาหารไม่เพียงพอมากกว่า 80% ของประชากรทั้งหมดนั่นเอง

แล้วทำอย่างไรจึงจะสามารถทานใยอาหารให้เพียงพอต่อปริมาณที่กำหนดได้ ?

                ในความคิดของทุกท่านอาจจะรู้สึกว่าปริมาณที่กล่าวไปเบื้องต้นนั้นเป็นปริมาณที่สูงมากจึงไม่มีทางเป็นไปได้เลยที่จะทำให้เราสามารถทานใยอาหารได้เพียงพอ แต่ในเชิงของโภชนาการการที่จะทำให้ทุกท่านสามารถทานใยอาหารได้ถึง 25-30 กรัมนั้น ไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คิด เพราะหากเรากระจายผักลงไปในเมนูต่างๆในทุกมื้อในปริมาณ 2 เท่าของเนื้อสัตว์ที่ท่านทาน และทานผลไม้เป็นอาหารวางหรือของหวานโดยเลือกผลไม้ที่มีรสชาติไม่หวานมากเพียงเท่านี้ก็จะทำให้ทุกท่านได้รับใยอาหารได้มากถึง 25-30 กรัมได้แล้ว

                แต่หากท่านใดรู้สึกว่าการทานผักนั้นเป็นสิ่งที่ยากเพราะกลิ่นที่เหม็นเขียว และรสชาติที่ไม่อร่อยของผัก รวมไปถึงการใช้ชีวิตในปัจจุบันที่ไม่เอื้ออำนวยให้นั่งเลือกเมนูอาหารให้หลากหลายได้มากขนาดนั้น เราจึงอยากแนะนำตัวช่วยใหม่ ซึ่งเป็นอาหารนวัตกรรม นั่นคือน้ำเชื่อมใยอาหารโอลิโกไลท์ นั่นเอง

น้ำเชื่อมใยอาหารโอลิโกไลท์คืออะไร ?

                กล่าวอย่างง่ายคือใยอาหารอยู่ในรูปแบบน้ำเชื่อม จึงทำให้โอลิโกไลท์นั่นอัดแน่นไปด้วยใยอาหารปริมาณมากเพียงแค่ทานปริมาณ 15 มิลลิลิตรหรือ 1 ช้อนโต๊ะ(ช้อนทานข้าว) จะได้ใยอาหารปริมาณ 8 กรัมซึ่งเทียบได้กับผัก 300 กรัมหรือผลไม้ 900 กรัมเลยทีเดียว โดยน้ำเชื่อมโอลิโกไลท์นั้นนอกจากจะช่วยให้ใยอาหารปริมาณมากซึ่งจะช่วยให้ร่างกายได้รับประโยชน์ดังที่กล่าวมาเบื้องต้นแล้ว น้ำเชื่อมนี้ยังมีรสชาติหอมหวานและมีพลังเพียงครึ่งหนึ่งของน้ำตาลเพียงเท่านั้นจึงเป็นตัวช่วยอย่างดีสำหรับผู้ที่ทานผักผลไม้ไม่เพียงพอ ไม่ชอบทานผักผลไม้ หรือไม่มีเวลาในการทานมากพอนั่นเอง

                หลังจากที่ได้อ่านบทความข้างต้นกันไปแล้ว จะพบว่าใยอาหารที่เรามักมองข้ามและไปซื้ออาหารเสริมราคาสูงต่างๆมาทานแทนอาหารกันมีประโยชน์มากกว่าที่คุณคิด และสามารถช่วยให้ร่างกายแข็งแรงลดความเสี่ยงการเกิดโรคได้มากกว่าอีกด้วย ดังนั้นอย่าลืมเสริมพรีไบโอติคด้วยผักและผลไม้ หรือน้ำเชื่อมโอลิโกไลท์กันในทุกมื้อเพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาวกันเถอะ